กว่าจะมาเป็นเป็นชิ้นงานพลาสติก หรือโลหะสักชิ้น ที่จะต้องไปผ่านกระบวนการฉีด เป่า หรือปั๊มก็ตาม จะต้องมีต้นแบบของชิ้นงานก็คือ แม่พิมพ์นั่นเอง โดยอาจจะแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่คือ งานแม่พิมพ์พลาสติก และงานแม่พิมพ์โลหะ ด้วยลักษณะของ process ต่างกัน
งานพลาสติกจะแบ่งเป็น 2 ลักษณะคือ Injection หรือการฉีด และการ Extrusion หรือการเป่า ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน ลักษณะชิ้นงานที่ลูกค้าเลือก เช่น ถ้างานที่เป็นลักษณะท่อ ถังน้ำมัน ก็จะเป็นงานแบบเป่า แต่หากเป็นชิ้นงานตัน ๆ ก็มักจะเป็นงานฉีด แต่ก็ยังมีองค์ประกอบอื่นอีกด้วย
ส่วนแม่พิมพ์โลหะก็มักจะเป็นงานปั๊ม หรือไดแคส เช่น งานอลูมิเนียม เป็นต้น
การออกแบบจึงมีข้อปลีกย่อยแตกต่างกันไป เนื่องด้วยลักษณะของวัตถุดิบของพลาสติกและโลหะมีคุณสมบัติ ความยืดหยุ่น ลักษณะพื้นฐานต่างกัน นอกจากนี้ยังมีลักษณะการใช้งานงวัตถุดิบแต่ละประเภท setting time, cycle time, ประเภทของของวัตถุดิบที่จะนำมาใช้, model life, short guarantee องค์ประกอบเหล่านี้สำคัญอย่างยิ่งเพราะนอกจากจะตอบโจทย์เรื่องคุณภาพ ระยะเวลาส่งสินค้าแล้ว ยังหมายถึงต้นทุนที่ลูกค้าต้องจ่ายอีกด้วย
สิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการทำงานแม่พิมพ์คือลูกค้าควรมีข้อมูลให้มากที่สุดของลูกค้าที่ใช้งาน เพราะข้อมูลเบื้องต้นจะช่วยให้การทำงานประสบผลสำเร็จดี ทั้งคุณภาพของแม่พิมพ์ ระยะเวลาในการทำงาน ต้นทุนเหมาะสม การบำรุงรักษาก็เหมาะสมตามที่วางแผนไว้ และสุดท้ายคือเรื่องจุดคุ้มทุน หรือ payback ก็จะเป็นไปตามแผนที่วางแผน แต่หาก forecast ที่ได้จากผู้ใช้สินค้าคนสุดท้ายคลาดเคลื่อนไปมาก จุดคุ้มทุนหรือต้นทุนก็อาจจะเปลี่ยนไปได้เพราะข้อมูลตั้งต้นไม่สัมพันธ์กับสิ่งที่ตามมา การที่งานจะออกมาดี จึงมีองค์ประกอบตั้งแต่ต้นน้ำยังปลายน้ำ ทุกคนที่อยู่ในสายน้ำก็จะได้รับผลดีตามไปด้วย
P.T. Intertech Co.,td. ยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนั้น และพร้อมให้บริการลูกค้าในทุกด้าน ทั้งงานแม่พิมพ์พลาสติกและโลหะ
